ถังขยะ 240 ลิตร vs 660 ลิตร เลือกขนาดไหนดี?
ตารางเทียบ 240 ลิตร vs 660 ลิตร
ตารางนี้อ้างอิงข้อมูลรุ่นตัวอย่างจาก CHINTER STORE ได้แก่ ถังขยะ HDPE 240 ลิตร รุ่น F-0006-3 และถังขยะ HDPE 660 ลิตร รุ่น F-0035 ขนาดและรายละเอียดของถังรุ่นอื่นอาจต่างกัน ควรตรวจสอบหน้าสินค้าก่อนสั่งซื้อ
| หัวข้อ | ถังขยะ 240 ลิตร | ถังขยะ 660 ลิตร |
|---|---|---|
| ความจุ | 240 ลิตร หรือ 0.24 ลูกบาศก์เมตร | 660 ลิตร หรือ 0.66 ลูกบาศก์เมตร |
| ความจุเปรียบเทียบ | 1 ถัง | เท่ากับ 2.75 ถังขนาด 240 ลิตร |
| ขนาดภายนอกตัวอย่าง | กว้าง 590 × ยาว 725 × สูง 1,010 มม. | กว้าง 775 × ยาว 1,310 × สูง 1,175 มม. |
| พื้นที่พื้นโดยประมาณ | ประมาณ 0.43 ตร.ม. | ประมาณ 1.02 ตร.ม. |
| วัสดุรุ่นตัวอย่าง | HDPE | HDPE |
| น้ำหนักถังเปล่า | 13.2 กก. สำหรับรุ่น F-0006-3 | ควรสอบถามสเปกรุ่นที่เลือกก่อนสั่งซื้อ |
| ล้อ | รุ่นตัวอย่างมีล้อยางขนาด 7.5 นิ้ว; รุ่น 240 ลิตรบางรุ่นเป็นแบบ 2 ล้อ | รุ่น F-0035 ระบุว่าเป็นถังมีล้อ แต่ควรยืนยันจำนวนและระบบล็อกล้อกับทีมขายก่อนสั่งซื้อ |
| การเคลื่อนย้าย | คล่องตัวกว่า เหมาะกับทางเดิน จุดเลี้ยว และพื้นที่จำกัด | ต้องมีพื้นที่เข็นมากกว่า เหมาะกับจุดรวมขยะที่เข้าถึงได้สะดวก |
| เหมาะกับ | บ้าน สำนักงาน ร้านอาหาร โรงเรียน จุดแยกขยะ | โรงงาน คอนโด หมู่บ้าน ตลาด จุดพักขยะ และเทศบาล |
| รอบเก็บขยะ | เหมาะกับขยะปริมาณปานกลางหรือมีรถเก็บขยะเข้าบ่อย | เหมาะกับขยะปริมาณมากหรือจุดที่เก็บขยะไม่ถี่ |
| ราคาเริ่มต้น | โดยทั่วไปต่ำกว่า | โดยทั่วไปสูงกว่า เพราะตัวถังใหญ่และใช้วัสดุมากกว่า |
ถังขยะ 660 ลิตรมีพื้นที่วางบนพื้นมากกว่าถัง 240 ลิตรราว 2.4 เท่า และมีความยาวตัวถังมากกว่าเกือบ 2 เท่า จึงควรวัดพื้นที่จริง โดยเฉพาะหน้ากว้างทางเดิน จุดกลับรถ และพื้นที่สำหรับเปิดฝาถังก่อนเลือกซื้อ
รองรับขยะได้ประมาณเท่าไร
| ประเภทการประเมิน | ถัง 240 ลิตร | ถัง 660 ลิตร |
|---|---|---|
| ปริมาตรขยะสูงสุดตามชื่อรุ่น | 240 ลิตร | 660 ลิตร |
| เทียบเป็นถุงขยะขนาดใหญ่ | ขึ้นกับขนาดถุงและวิธีบรรจุ | ขึ้นกับขนาดถุงและวิธีบรรจุ |
| เทียบปริมาณขยะ | 1 ส่วน | 2.75 ส่วน |
| เหมาะกับขยะเปียก | ใช้ได้ แต่ควรเก็บบ่อยเพื่อลดกลิ่นและน้ำขัง | ใช้ได้เมื่อมีจุดพักขยะและระบบเก็บขยะเหมาะสม |
| เหมาะกับขยะเบาแต่กินพื้นที่ | เหมาะสำหรับจุดย่อย | เหมาะเมื่อมีกล่อง กระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก |
ในประเทศไทย อัตราการเกิดขยะมูลฝอยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.12 กก./คน/วัน ตามข้อมูลสถิติสิ่งแวดล้อมที่อ้างอิงกรมควบคุมมลพิษ แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยระดับประเทศ จึงควรใช้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการวางแผน ไม่ควรนำไปแปลงเป็นจำนวนถังแบบตายตัวโดยไม่ดูชนิดขยะและความถี่การเก็บจริง
ข้อแนะนำสำคัญ: ขยะเปียกควรคิดจากน้ำหนักและรอบเก็บขยะเป็นหลัก ส่วนขยะรีไซเคิลหรือบรรจุภัณฑ์ควรคิดจากปริมาตร เพราะแม้น้ำหนักน้อยแต่เต็มถังเร็ว
จำนวนผู้ใช้งานและพื้นที่ที่เหมาะสม
จำนวนคนไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ใช้เลือกถัง เพราะพฤติกรรมการทิ้งขยะของร้านอาหาร โรงงาน และสำนักงานต่างกันมาก แต่สามารถใช้ตารางนี้เป็นแนวทางเริ่มต้นได้
| พื้นที่ | แนะนำ 240 ลิตร | แนะนำ 660 ลิตร |
|---|---|---|
| บ้านพักอาศัย | บ้านหลายคนหรือบ้านที่รถเก็บขยะมาไม่ทุกวัน | บ้านหลายครัวเรือน หอพัก หรือพื้นที่ที่มีธุรกิจร่วม |
| ร้านอาหาร/คาเฟ่ | ใช้เป็นถังหลังร้านหรือถังแยกขยะรายประเภท | เหมาะเมื่อมีขยะอาหารและบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก หรือเป็นจุดรวมหลังร้าน |
| สำนักงาน | ใช้เป็นจุดรวมขยะของแต่ละชั้นหรือแต่ละโซน | เหมาะกับอาคารใหญ่ที่รวมขยะจากหลายชั้น |
| โรงเรียน | เหมาะกับจุดทิ้งขยะและการแยกขยะตามอาคาร | เหมาะกับจุดพักขยะกลางของโรงเรียน |
| คอนโด/อพาร์ตเมนต์ | ใช้ตามชั้นหรือจุดย่อย | เหมาะกับห้องพักขยะหรือจุดรวมก่อนรถเก็บขยะเข้ารับ |
| โรงงาน | ใช้ใกล้จุดปฏิบัติงานหรือจุดแยกขยะ | เหมาะกับจุดรวมขยะ บรรจุภัณฑ์ หรือขยะจากหลายแผนก |
| ตลาด/ศูนย์อาหาร | ใช้ตามจุดแยกขยะย่อย | เหมาะกับจุดรวมขยะเปียกและขยะจากหลายร้าน |
| เทศบาล/พื้นที่สาธารณะ | เหมาะกับจุดทิ้งขยะกระจายตัว | เหมาะกับจุดพักขยะรวม อาคารใหญ่ และพื้นที่ปริมาณขยะสูง |
CHINTER STORE แนะนำถังขยะ 240 ลิตรสำหรับโรงเรียน อาคารสำนักงาน โรงงาน และพื้นที่ภายนอกที่ต้องเคลื่อนย้ายถังบ่อย ขณะที่ถัง 660 ลิตรเหมาะกับจุดพักขยะรวม อาคารขนาดใหญ่ และโรงงาน โดยควรตรวจสอบพื้นที่ติดตั้ง เส้นทางการเคลื่อนย้าย และรถเก็บขยะที่ใช้งาน
ร้านอาหาร คอนโด โรงงาน และเทศบาลควรเลือกแบบไหน
ร้านอาหารและศูนย์อาหาร
แนะนำ: เริ่มจากถัง 240 ลิตรหลายใบสำหรับแยกประเภทขยะ และเพิ่มถัง 660 ลิตรเป็นจุดรวมด้านหลังร้านเมื่อมีปริมาณขยะมาก
- ใช้ 240 ลิตรสำหรับขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และเศษอาหารแยกกัน
- ใช้ 660 ลิตรเมื่อต้องรวมถุงขยะจากหลายร้านหรือหลายจุด
- ขยะเปียกควรมีรอบเก็บทุกวันหรือมากกว่านั้นตามปริมาณจริง
- ควรเลือกฝาปิดและใช้ถุงขยะเพื่อลดกลิ่น น้ำรั่ว และแมลง
ข้อมูลสำรวจระดับประเทศระบุว่าร้านอาหารมีขยะอาหารเฉลี่ยประมาณ 18.4 กก./ร้าน/วัน แต่ความต่างระหว่างร้านขนาดเล็ก ร้านบุฟเฟต์ และศูนย์อาหารมีสูงมาก จึงควรวัดปริมาณขยะจริงของหน้างานอย่างน้อย 7 วันก่อนกำหนดจำนวนถัง
คอนโด หมู่บ้าน และอพาร์ตเมนต์
นะนำ: ใช้ถัง 240 ลิตรตามจุดย่อย และใช้ 660 ลิตรในห้องขยะหรือจุดพักขยะส่วนกลาง
- ถัง 240 ลิตรเหมาะกับอาคารย่อย จุดทิ้งขยะรายชั้น หรือพื้นที่ที่ต้องเข็นผ่านทางเดิน
- ถัง 660 ลิตรเหมาะกับจุดรวมก่อนรถเก็บขยะเข้ารับ
- หากรถเก็บขยะมาไม่ทุกวัน ควรเผื่อความจุเพิ่ม ไม่เลือกจากปริมาณขยะเฉลี่ยเพียงวันเดียว
- หากพื้นที่มีขยะรีไซเคิลมาก ควรแยกถังสำหรับกระดาษ ขวดพลาสติก และขวดแก้วเพื่อลดการกินพื้นที่ของขยะทั่วไป
โรงงานและคลังสินค้า
แนะนำ: ใช้ 240 ลิตรเป็นถังประจำจุด และ 660 ลิตรเป็นถังรวมในพื้นที่โหลดสินค้า จุดรวมบรรจุภัณฑ์ หรือพื้นที่จัดการของเสียทั่วไป
- ถัง 240 ลิตรเหมาะกับเศษบรรจุภัณฑ์ ขยะสำนักงาน และจุดพักพนักงาน
- ถัง 660 ลิตรเหมาะกับกล่อง กระดาษ ฟิล์มห่อสินค้า และขยะปริมาณมาก
- หากมีของเสียอันตราย สารเคมี น้ำมัน แบตเตอรี่ หรือของมีคม ต้องแยกระบบจัดเก็บ ไม่ควรทิ้งรวมในถังขยะทั่วไป
- ควรวัดขนาดทางเดินและพื้นที่ที่รถเก็บขยะหรือรถยกเข้าถึงก่อนเลือกถัง 660 ลิตร
เทศบาลและพื้นที่สาธารณะ
แนะนำ: ใช้ 240 ลิตรในจุดกระจายตัว และ 660 ลิตรในจุดพักขยะหลัก
- ถัง 240 ลิตรเหมาะกับหน้าอาคาร สวนสาธารณะ จุดทิ้งขยะในชุมชน และจุดแยกขยะ
- ถัง 660 ลิตรเหมาะกับจุดพักขยะรวมของชุมชน ตลาด อาคารราชการ หรือโรงเรียน
- ควรใช้สีและสกรีนป้ายให้ชัดเจน เช่น ขยะเปียก ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย
- ถังเทศบาลของ CHINTER STORE มีตั้งแต่ 120–1,100 ลิตร พร้อมตัวเลือกฝาเรียบ ฝาสูง เท้าเหยียบ และมีล้อ
วิธีคำนวณจำนวนถังที่ต้องใช้
เริ่มจากการเก็บข้อมูลจริงก่อนสั่งซื้อ โดยชั่งน้ำหนักหรือบันทึกจำนวนถุงขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันอย่างน้อย 7 วัน รวมวันปกติและวันขยะมาก
ใช้สูตรนี้เพื่อคำนวณจากปริมาตร:
จำนวนถังที่ต้องใช้=ความจุถัง×อัตราการใช้ความจุจริงปริมาตรขยะต่อวัน×จำนวนวันระหว่างรอบเก็บขยะ×Safety Factor
กำหนดค่าที่แนะนำสำหรับการวางแผน
| ตัวแปร | ความหมาย | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ปริมาตรขยะต่อวัน | ปริมาณขยะจริงที่เกิดขึ้นต่อวัน | วัดจากจำนวนถุงและขนาดถุง หรือบันทึกปริมาตรถังที่ใช้ |
| จำนวนวันระหว่างการเก็บ | ระยะเวลาที่ขยะสะสมก่อนนำออก | นับตามรอบแม่บ้านหรือรถเก็บขยะจริง |
| Safety Factor | พื้นที่เผื่อช่วงขยะมาก | ใช้ 1.2–1.5 สำหรับพื้นที่ทั่วไป และเพิ่มหากมีวันพีก |
| อัตราการใช้ความจุจริง | ไม่ควรอัดขยะจนเต็มล้น | วางแผนใช้งานราว 80% ของความจุถัง |
| ความจุถัง | 240 หรือ 660 ลิตร | เลือกตามขนาดถังที่ต้องการ |
หากคำนวณจาก “น้ำหนัก” อย่างเดียว อาจเลือกถังผิดได้ เพราะขยะกล่อง กระดาษ และพลาสติกมีน้ำหนักน้อยแต่ใช้ปริมาตรมาก ควรเก็บข้อมูลทั้งน้ำหนักและปริมาตร






